6 สถานที่ท่องเที่ยวรับพลังบวก เสริมดวงความเฮง ความปัง ส่งท้ายปี 2022

ส่งท้ายปีกันด้วย 6 สถานที่ท่องเที่ยวรับพลังบวก หากใครที่วางแพลนลาหยุดเพื่อไปท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ เพื่อขจัดความเหนื่อยล้าจากการที่ทำงานมาตลอดทั้งปี วันนี้เรามาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อรับพลังบวก แถมยังช่วยเสริมดวงส่งท้ายปีกันอีกด้วย

1. หาดเตยงาม จ.ชลบุรี

  • หาดเตยงาม ตั้งอยู่ในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีฉายาว่า “สะดือมังกร” ซึ่งเป็นตำนานและความเชื่อของชาวชลบุรี ที่ว่า ทะเลที่ใดที่มีสะดือมังกร ที่นั่นเป็นเหมือนแหล่งรวมพลังบวก เมื่อได้อาบหรือแช่ตัวแล้วจะมีพลังพิเศษ ช่วยเสริมพลัง บารมี และเป็นสิริมงคล ทำให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน

2. เกาะรูปหัวใจ จ.สุโขทัย

  • หนึ่งในแลนด์มาร์คของ จ.สุโขทัย เป็นสถานที่ประดิษฐสถานพระพุทธรัตนสิริสุโขทัย ที่เชื่อว่าถ้าพาคนรักไปอธิษฐานขอพร จะช่วยให้สมหวังในความรัก และหากโชคดีจะสามารถมองเห็นยอดเขาหลวง สุโขทัย ยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดสุโขทัย มีความสูง 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลอีกด้วย เรียกได้ว่าได้ทั้งพลังกายและพลังใจ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นเกาะกลางโครงการแก้มลิงในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกด้วย

3. พญาศรีสัตตนาคราช จ.นครพนม

  • เมื่อพูดถึงนครพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมานาน แน่นอนว่าต้องเป็นพญานาค ซึ่ง พญาศรีสัตตนาคราช นั้นประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ของจังหวัดนครพนม เป็นรูปปั้นพญานาค 7 เศียรสีทองหล่อด้วยทองเหลืองที่มีความสูงราว 16 เมตร สวยงามและโดดเด่นเป็นอย่างมาก และนับเป็นรูปปั้นพญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมไปเลย ท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาขอพรในเรื่องของโชคลาภ การเสี่ยงดวงเป็นหลัก ร่ำลือกันว่า ศักดิ์สิทธิ์จริง สมหวัง ได้ดั่งใจทุกราย

4. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์

  • หนึ่งในวัดสวยของเมืองไทย ที่หลายคนอยากไปเยือนมากที่สุด ซึ่งตั้งอยู่ ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ขึ้นชื่อเรื่องของความงดงาม ด้วยบรรยากาศที่ถูกรายล้อมไปด้วยทิวเขาสูงใหญ่สลับซับซ้อน และสถาปัตยกรรมที่งดงาม ทำให้ที่นี่สวยจนต้องสะกด นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็น “ฮวงจุ้ยมังกร” (มังกรคาบแก้ว) ให้พลังที่ดีมากเหมาะแก่การรับพลังให้ชีวิต พระธาตุ ถูกตกแต่งด้วยเครื่องเบญจรงค์ เครื่องประดับ ลูกปัด ลูกแก้ว กระเบื้องสีต่างๆ จึงทำให้ความสวยงามที่ไม่เหมือนใคร และยังแฝงไปด้วยปริศนาธรรม
  • อีกทั้งยังมีองค์พระพุทธรูปสีขาว ประดิษฐานเรียงกัน 5 องค์ ที่มองเห็นโดดเด่นมาแต่ไกล สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาและหาทางออกไม่เจอ แนะนำให้ลองอธิษฐานกับพระเจ้า 5 พระองค์ แล้วหลับตาทำสมาธิ ขอให้มีปัญญาพบทางแก้ปัญหาในชีวิตกันดู
  • นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวสวยเขาค้ออีกด้วย ถ้าได้ไปในช่วงเช้าตรู่ก็จะได้สัมผัสกับหมอกเย็นๆ และสูดอากาศได้อย่างเต็มปอด บอกเลยว่าที่นี่นอกจากจะได้บุญแล้วยังสดชื่นไปกับบรรยากาศอีกด้วย

5. บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน

  • บ้านรักไทย หมู่บ้านสไตล์จีนยูนนานที่ซ่อนตัวอยู่ใน อ.แม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน ความพิเศษของที่นี่คือจะมีอากาศหนาวเกือบทั้งปี โดยเฉพาะช่วงปลายปีหน้าหนาวแบบนี้ จะหนาวมากเป็นพิเศษ เมื่อมาแล้ว สิ่งที่ห้ามคือการชิมชาและขาหมูหมั่นโถว ของขึ้นชื่อของหมู่บ้าน ที่คุณจะต้องร้องว้าวกับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ บวกกับบรรยากาศรอบตัว จึงทำให้อาหารของที่นี่อร่อยขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
  • นอกจากของอร่อยแล้ว ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การเดินป่า ปั่นจักรยาน การขี่ม้าพาข้ามแดน และการนั่งเรือในทะเลสาบชมวิวสวยงาม ของหมู่บ้านฝั่งประเทศเมียนมาร์ ที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังเป็นแหล่งรับพลังฮวงจุ้ยที่ดีอีกด้วย เพราะรายล้อมด้วยน้ำ ป่า เขา บอกเลยว่าได้พลังบวกแบบสุดๆ

6. ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย

  • หนาวแบบนี้ คงพลาดสถานที่ท่องเที่ยว อย่าง “ภูชี้ฟ้า” ไปไม่ได้ ซึ่งภูชี้ฟ้า อยู่ในพื้นที่เขตอ.เทิง จ.เชียงราย เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดกับชายแดนไทย-ลาว ในช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวจะได้ชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก โดยในตอนเช้าจะมีทะเลหมอกปกคลุมในหุบเขาด้านล่าง มีพระอาทิตย์ขึ้นผ่านพ้นทะเลหมอก ท่ามกลางทุ่งหญ้าและแซมด้วยทุ่งดอกโคลงเคลง รับรองว่าที่นี่จะช่วยชาร์จแบตให้กลับมาทำงานกันต่อได้อย่างแน่นอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

สถานที่ท่องเที่ยว

เที่ยวสุราษฎร์ธานี วัดทุ่งเซียด ชมโบสถ์เรือกลางน้ำ วัดสวยเก่าแก่ตกแต่งศิลปะศรีวิชัย

วัดทุ่งเซียด เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ซ่อนสิ่งสวยงามภายในวัดมากมาย หรือเรียกได้ว่าเป็นอันซีนของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเลยก็ว่าได้ มีโบสถ์เรือกลางน้ำที่งดงาม ที่ใครได้เห็นเป็นต้องประทับใจอย่างแน่นอน วัดทุ่งเซียด ตั้งอยู่ที่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ก่อนนี้ วัดทุ่งเซียด เคยมีโบสถ์ไม้กลางน้ำ ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยศรีวิชัยเมื่อประมาณ 500 ปีก่อน แต่ทั้งนี้ก็ได้ผุพังไปตาลกาลเวลา เหลือเพียงแค่หลักฐานเสาไม้ของโบสถ์โบราณเท่านั้น ที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ จึงได้มีการนำขึ้นมาไว้บนบกแทน และสร้างโบสถ์กลางน้ำใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยโบสถ์กลางน้ำที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้น สร้างออกมาเป็นโทนสีขาวสว่าง อยู่บนฐานรูปเรือสีขาวเหมือนกัน ตัวหัวเรือหันไปทางทิศตะวันออก และมีพระบรมธาตุจำลองเอาไว้ นอกจากนี้ภายในวัดทุ่งเซียด ยังสิ่งที่น่าสนใจอย่าง ต้นศรีมหาโพธิ์ รูปเหมือนองค์อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งเซียด รูปปั้นพญาช้างดำ ช้างคู่บารมีของพ่อท่าน เจดีย์มหาสมบัติโบราณ มณฑปพระพุทธรัตนปกป้องไทย ศาลาหอฉัน รูปจำลองพญางูเห่าดง ก้อนอิฐโบราณ เป็นต้นอีกด้วย

Read More
สถานที่ท่องเที่ยว

เที่ยวขอนแก่น “สะพานลอยน้ำบึงแก่นนคร” ชมวิวสวยของทะเลสาบ ไฮไลท์จุดชมพระอาทิตย์ตก

สะพานลอยน้ำบึงแก่นนคร เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของจังหวัดขอนแก่น ที่อยากให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสกับความสวยงามและบรรยากาศดีๆของเมืองขอนแก่น ชมทะเลสาบขนาดใหญ่ใจกลางเมือง สามารถเดินเล่นรับลมชมวิวได้แบบชิลๆ สะพานลอยน้ำบึงแก่นนคร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวขอนแก่น ซึ่งในช่วงเย็นจะมีประชาชนมาเดินเลนออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก ที่นี่มีบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีอากาศที่เย็นสบาย เหมาะแก่การมาพักผ่อน หนึ่งในจุดไฮไลท์ของที่นี่ ต้องยกให้ สะพานทางเดินลอยน้ำ เป็นเส้นทางการวิ่งออกกำลังกาย ในช่วงยามเย็นสะพานนี้ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมาก นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นพระมหาธาตุขอนแก่น ที่สะท้อนกับพื้นน้ำได้อย่างงดงาม ใครได้เหห็นจะต้องหลงเสน่หห์ที่นี่อย่างแน่นอน

Read More
สถานที่ท่องเที่ยว

เที่ยวพิษณุโลก “เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน” รับลมชมวิวริมน้ำ นอนชิลตากลมเย็นๆ

เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เป็นสถานที่ที่สามารถเล่นน้ำ นอนตากลมเย็นๆได้อย่างสบายใจ ที่นี่เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ในจังหวัดพิษณุโลก มีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่สร้างประโยชน์ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างมาก เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ตั้งอยู่ที่ ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ที่นี่เป็นแหล่งน้ำสำหรับการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง ไปจนถึงเป็นน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค ยิ่งในช่วงอากาศร้อน เขื่อนแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวคลายร้อนที่มีทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมาลงเล่นน้ำกันในบริเวณท้ายเขื่อน และยังมีซุ้มนั่งเล่นพักผ่อน มีบริการร้านอาหารและเครื่องดื่มอีกมากมาย สำหรับค่าบริการซุ้มไม้ไผ่และแพไม้ไผ่นั้น ถ้าเป็นซุ้มไม้ไผ่ นั่งได้ 3-4 คน เริ่มต้นชั่วโมงแรก 100 บาท ชั่วโมงถัดไป 50 บาท หรือถ้าเหมาทั้งวันก็คิด 300 บาทค่ะ ส่วนแพไม้ไผ่ นั่งได้ประมาณ 5-8 ท่าน เริ่มต้นชั่วโมงละ 100 บาท เหมาทั้งวัน 600 บาท (ราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง) เนื่องจากเขื่อนนี้เป็นพื้นที่ธรรมชาติ จะงดแอลกอฮอล์ทุกชนิด และนักท่องเที่ยวต้องปฎิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ใครที่กำลังวางแพลนหาที่เที่ยว เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากแนะนำให้ไป

Read More